๑. สักกายทิฏฐิ มีความรู้สึกว่าร่างกายจะไม่ตาย
ร่างกายเป็นของเที่ยง ร่างกายเป็นเราเป็นของเรา

๒. วิจิกิจฉา มีความสงสัยในคุณพระรัตนตรัยคือ
พระพุทธเจ้า พระธรรม และพระอริยสงฆ์

๓. สีลัพพตปรามาส ลูบคลำในศีล ไม่รักษาศีล

๔. กามราคะ มีความพอใจในกามคุณ ๕

๕. ปฏิฆะ มีความโกรธ มีอารมณ์ไม่พอใจ

๖. รูปราคะ มีความหลงในรูปฌาน

๗. อรูปราคะ มีความหลงในอรูปฌาน

๘. มานะ มีความถือตัวถือตน คิดว่าเราดีกว่าเขา
เราเสมอเขา หรือเราเลวกว่าเขา

๙. อุทธัจจะ มีอารมณ์ฟุ้งซ่าน รำคาญใจ

๑๐. อวิชชา มีความเห็นไม่ตรงตามความเป็นจริง
เห็นว่ามนุสสโลก, เทวโลก, พรหมโลกดีและน่าอยู่

*สังโยชน์ แปลว่า กิเลสที่เป็นเครื่องร้อยรัดใจให้จมอยู่ในวัฏฏะ
พระโสดาบันกับพระสกิทาคามี ตัดสังโยชน์ได้ ๓ ข้อ
พระอนาคามี ตัดสังโยชน์ได้ ๕ ข้อ
พระอรหันต์ ตัดสังโยชน์ได้ทั้ง ๑๐ ข้อ